เรียนรู้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด บล็อกเล่าเรื่องการศึกษา

การเรียนรู้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ควรจะเป็นการเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ และออกมาจากใจที่ใฝ่หาความรู้จริง ๆ

การศึกษาด้านวงดนตรีออร์เคสตราและประเภทต่าง ๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด

4

ออร์เคสตราเป็นภาษาเยอรมันตามความหมายรูปศัพท์หมายถึง สถานที่เต้นรำซึ่งหมายถึงส่วนหน้าเวทของโรงละครสมัยกรีกโบราณที่ใช้เป็นที่เต้นรำและร้องเพลงของพวกนักร้องประสานเสียงออร์เคสตราเป็นคำที่ใช้กับวงดนตรีทุกประเภท เช่น วงดนตรีของชาวอินโดนีเซียเรียกว่า วงกาเมสันออร์เคสตรา หรือวงกากากุออร์เคสตราของญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับดนตรีตะวันตก ออร์เคสตรามีความหมายถึง วงซิมโฟนีออร์เคสตรา ได้แก่ วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายรวมทั้งเครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลืองและเครื่องตี ความหมายของออร์เคสตราเปลี่ยนไปในสมัยกลางโดยหมายถึงตัวเวทีที่ใช้แสดงเท่านั้น ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 18 คำว่าออร์เคสตราหมายถึงการแสดงของวงดนตรีซึ่งเป็นความหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างไรก็ตามคำนี้ยังคงใช้ในอีกความหมายหนึ่งคือพื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวทีละครและโรงแสดงคอนเสิร์ต

ในขณะที่การใช้เครื่องดนตรีเล่นทำนองเดียวกับการร้องในยุคเมดิอีวัลและริเนซองส์ แต่ไม่มีการระบุแน่นอนถึงเครื่องดนตรีหรือจำนวนเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงแต่ประการใดระยะต่อมาในศตวรรษที่ 16 เมื่อมี อุปรากรเกิดขึ้นความจำเป็นในการกำหนดจำนวนเครื่องดนตรีก็เกิดขึ้นเพราะต้องการให้เครื่องบรรเลงกลมกลืนกับเสียงร้องของนักร้อง ใน โอเปราเรื่องมอนเทแวร์ดิเริ่มกำหนดจำนวนเครื่องลงในบทเพลง การพัฒนาวงออร์เคสตราจึงเริ่มมีขึ้น ซึ่งในระยะแรกเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เคสตรา ซึ่งมีจำนวนผู้บรรเลงประมาณ 10 – 20 คน โดยบางครั้งอาจจะมีมากกว่านี้ตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง ในศตวรรษที่ 17 วงออร์เคสตรามีการเพิ่มเครื่องลมไม้และตอนปลายของยุคบาโรค ผู้ประพันธ์เพลงนิยมบอกจำนวนของเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลืองและเครื่องประกอบจังหวะในวงออร์เคสตรา

ราวกลางศตวรรษที่ 18 การเปลี่ยนแปลงวงออร์เคสตรามีอย่างมากมายเครื่องสายทุกชนิดมีการจัดระบบจนมีลักษณะคล้ายคลึงกับวงออร์เคสตราในปัจจุบัน โดยมีการนำเครื่องดนตรีบางชิ้นมาแทนที่เครื่องดนตรีที่เคยใช้กัน เช่น การนำฟลูท มาแทนขลุยริคอเดอร์ การเพิ่มคลาริเนท เข้ามาในกลุ่มเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ เป็นต้น กล่าวได้ว่าวงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนเป็นมาตรฐานในยุคนี้ คือยุคคลาสสิกซึ่งเหตุผลประการหนึ่งคือบทเพลงซิมโฟนีเป็นรูปแบบขึ้นมาในยุคนี้ จึงทำให้ต้องมีการจัดวงออร์เคสตราให้มีมาตรฐานเพื่อใช้เล่นเพลงซิมโฟนี  นอกจากนี้การบรรเลงบทเพลงประเภทคอนแชร์โต โอเปรา และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนาก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาวงออร์เคสตราเป็นแบบแผนขึ้น กล่าวคือการมีเครื่องดนตรีครบทุกประเภท ได้แก่ เครื่องสาย เครื่องลมไม้ เครื่องเป่าและเครื่องตี โดยในแต่ละเครื่องดนตรีมีเครื่องดนตรีพื้นฐานครบถ้วนกล่าวคือในกลุ่มเครื่องสายประกอบด้วย ไวโอลิน วิโอลา วิโอลอนเชลโลและดับเบิลเบส ในกลุ่มเครื่องลมไม้ประกอบไปด้วย ฟลุท คลาริเนท โอโบ บาซูน ในกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองประกอบด้วย ฮอร์น ทรัมเปท ทรอมโบนและทูบา ในกลุ่มเครื่องตี มักจะมีกลองทิมพานี กลองใหญ่และเครื่องทำจังหวะอื่น ๆ การจัดวงรายละเอียดจะมีแตกต่างกันไปบ้างตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง เช่น บางครั้งอาจจะมี ฮาร์พ ปิกโกโล เพิ่มเข้าไปด้วยเป็นต้น

Wed, August 27 2014 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาด้านวงดนตรีออร์เคสตราและประเภทต่าง ๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด

วงดนตรีออเคสตร้าเป็นวงที่ได้รับความสนใจจากหลายสถาบันการศึกษา

วงออร์เคสตรา หรือวงดุริยางค์ เป็นภาษาเยอรมัน ที่หมายถึง สถานที่เต้นรำ เป็นส่วนหน้าเวทีของโรงละครสมัยกรีกโบราณในยุคกลาง ความหมายได้เปลี่ยนเป็นเวทีที่ใช้แสดงเท่านั้นและใน กลางศตวรรษที่ 18 วง ออร์เคสตรา หมายถึง การแสดงของวงดนตรี ซึ่งใช้มาจนปัจจุบัน อีกนัยหนึ่งก็ยังหมายถึง พื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวที ละคร และการแสดงคอนเสิร์ต

ในระยะแรกการใช้เครื่องดนตรีไม่มีการระบุแน่นอนว่ามีการบรรเลงเป็นอย่างไร ต่อมาในระยะศตวรรษที่ 16 มี โอเปราเกิดขึ้นทำให้มีความจำเป็นต้องการให้มีการบรรเลงกลมกลืนกับนักร้องจึง เริ่มมีการกำหนดเครื่องดนตรีลงในบทเพลงโดยเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เค สตรา (String Orchestra) มีผู้เล่นจำนวน 10-25 คน ในศตวรรษที่ 17 เริ่มมีการเพิ่มเครื่องลมไม้ และในตอนปลายยุคบาโรก (ประมาณ ค.ศ. 1750) ผู้ประพันธ์เพลงเริ่มระบุจำนวนเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด มีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลือง และเครื่องประกอบจังหวะ

วงออร์เคสตราเริ่มมีการพัฒนารูปแบบจนได้มาตรฐานในยุค คลาสสิก (ศตวรรษที่ 18) บทเพลงประเภทซิมโฟนีมีการพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย ได้แก่ บทเพลงประเภท คอนแชร์โต โอเปรา และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนา

นอกจากนี้ในวงออร์เคสตรายังมีเครื่องดนตรีแต่ละประเภทครบถ้วน คือ ในกลุ่มเครื่องสายประกอบด้วย ไวโอลิน วิโอลา เชลโล และดับเบิลเบส ในกลุ่มเครื่องลมไม้ ประกอบด้วยฟลูต คลาริเน็ต โอโบ บา สซูน ในกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองประกอบด้วย ฮอร์น ทรัมเป็ต ทรอมโบน และทูบาและในกลุ่มเครื่องตีประกอบด้วย กลองทิมปานี กลองใหญ่ และเครื่องประกอบจังหวะอื่นๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง

ต่อมาในยุคโรแมนติก วงออร์เคสตราเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่และสื่ออารมณ์ของบทเพลงให้ชัดเจน ความนิยมในบทเพลงประเภทบรรยายเรื่องราว (Symphonic poem) ทำให้วงออร์เคสตรามีผู้แสดงถึง 100 คน และนับว่าเป็นการพัฒนาถึงขีดสุดจนถึงยุคศตวรรษที่ 20 เนื่องจากผลกระทบหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้วงมีขนาด ลดลงซึ่งในการจัดวงนั้นก็ขึ้นกับปัจจัยทางสังคม เช่น เศรษฐกิจ การเมือง เป็นต้น เช่นเดียวกับการประพันธ์บทเพลง

และในปัจจุบันจะเห็นว่าหลายสถาบันนั้นให้การสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา มาเล่นดนตรีพวกนี้ และที่เห็นได้ชัดตามที่เป็นข่าวนั้นว่ามีสถบาบันดังได้มีการส่งนักเรียน นักศึกษาไปแข่งขันระดับโลกด้วย ซึ่งถือว่าวงดนตรีออเคสตร้านั้นได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น

Thu, July 31 2014 » การศึกษา » Comments Off on วงดนตรีออเคสตร้าเป็นวงที่ได้รับความสนใจจากหลายสถาบันการศึกษา

ดนตรีออเคสต้าช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก

ดนตรีสามารถนำมาใช้เพื่อเสริมการสอนได้ และนำมาเป็นสื่อการสอนตามแนวคิด สามารถช่วยเสริมพัฒนาการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สมองเกิดการเรียนรู้ได้รวดเร็ว ช่วยพัฒนาการด้านไหวพริบได้แทบทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเล่นดนตรีสามารถกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษา ตรรกะ มาจากการอ่านโน้ตและจังหวะของดนตรี เพราะการเล่นดนตรีเป็นการนำสมองหลายๆส่วนไปใช้งานพร้อมๆกันเพื่อประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ว่าตัวโน้ตมีจังหวะอย่างไร มีจังหวะอย่างไร และสื่ออารมณ์ให้ผู้ฟังอย่างไร ช่วยในด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากนี้หากเล่นเป็นวงยังช่วยสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีให้กับเพื่อนร่วมวง เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ

เมื่อเร็วๆนี้ในประเทศออสเตรเลียได้มีการจัดวงดนตรีออเคสต้าขึ้นให้กับนักเรียนประถม 2,150 แห่ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการรวมวงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายฉบับ ทำให้ผู้ปกครองออกมาผลักดันให้มีการสอนดนตรีให้กับเด็กๆ เพราะในประเทศออสเตรเลียมีการเปิดสอนในวิชาดนตรีค่อนข้างน้อย งานวิจัยที่เป็นแรงผลักดันได้ยืนยันว่า ดนตรีมีส่วนช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ การเริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่เด็กจะได้เปรียบตรงที่ กล้ามเนื้อมือมีการเรียนรู้ได้ไวกว่าผู้ใหญ่ จนวันหนึ่งเด็กนั้นสามารถทำได้ดีกว่าครูด้วยซ้ำ เพราะเด็กมีการเรียนรู้ได้ไม่มีที่สิ้นสุด จากการวิจัยพบว่า จำนวนอาสาสมัครที่ได้รับการฝึกสอนทางด้านดนตรีควบคู่กับการเรียนตั้งแต่เด็กนั้น มีการพัฒนาสมองที่ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้เรียนด้านดนตรีมาอย่างต่อเนื่อง โดยยังระบุอีกว่าผู้ที่มีความสามารถทางด้านดนตรียังมีประสาทสัมผัสทางการได้ยินไวกว่าอาสาสมัครที่ไมได้เล่นดนตรี ถึงแม้อาสาสมัครจะไม่ได้เล่นดนตรีมา 40 ปีแล้วก็ตาม

จากที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าดนตรีมีประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้ด้านต่างๆ โดยการเรียนการสอนโดยทั่วไปเริ่มมีการนำดนตรีเข้ามาสอดแทรกในเนื้อหาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ เช่น การท่อง a-z เป็นเพลง การจำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยการร้องเป็นทำนองเพลง เป็นต้น สำหรับกระบวนการสอนและการถ่ายทอด คงต้องมอบหน้าที่ให้กับครูผู้สอนหรือผู้ปกครองช่วยกันส่งเสริมให้เด็กๆหันมาเล่นดนตรี เพื่อพัฒนาศักยภาพ ความคิด ความฉลาด ให้ก้าวทันต่างชาติที่มีการพัฒนาทางด้านนี้ในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

Tue, June 24 2014 » การศึกษา » Comments Off on ดนตรีออเคสต้าช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก

การศึกษาออเคสตร้าในยุคปัจจุบัน

SymphonyOrchestr-002

วงออเคสตร้าในยุคปัจจุบัน เป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องดนตรี และผู้บรรเลงจำนวนมาก บทเพลงที่ใช้บรรเลงมีหลายประเภท เช่น ซิมโฟนี คอนแชร์โต โอเวอร์เจอร์ เพลงบรรยายเรื่องราวต่างๆซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งในด้านขนาดของการประสมวงและบทเพลงที่ใช้บรรเลง ซึ่งการประสมวงออเคสตร้า แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้

1.วงแชมเบอร์ออเคสตร้า คือ วงดนตรีที่ประสมวงด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายในตระกูลไวโอลินเท่านั้น มีผู้บรรเลงจำนวน 16 – 20 คน
2.วงซิมโฟนีออเคสตร้า หรือวงดุริยางค์ซิมโฟนี ประกอบด้วยเครื่องดนตรีจำพวก เครื่องสาย เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง เครื่องลิ้มนิ้ว และเครื่องตีกระทบ เป็นลักษณะการประสมวงที่สมบูรณ์ที่สุด ขนาดของวงได้กำหนดโดยผู้บรรเลงในกลุ่มเครื่องสายดังนี้

1.วงขนาดเล็ก (Small Orchestra) มีผู้บรรเลงประมาณ 40 – 60 คน
2.วงขนาดกลาง (Medium Orchestra) มีผู้บรรเลงประมาณ 60 – 80 คน
3.วงขนาดใหญ่ (Full Orchestra) มีผู้บรรเลงประมาณ 80 คนขึ้นไป

ซึ่งเครื่องดนตรีเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อบรรเลงเพลงในงานพระราชพิธีต่างๆ และการแสดงประกอบละคร นอกจากนี้แล้วออเคสตร้า ยังได้เข้ามามีบทบาททางการศึกษาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ระดับมัธยม หรือ มหาวิทยาลัย ซึ่งถูกนำมาใช้สำหรับการเรียนการสอน ที่สามารถใช้สอนได้ทุกระดับชั้น ทั้งเรื่องเครื่องดนตรีสากล  การผสมวงดนตรีสากล หลักการฟังและวิเคราะห์เสียงดนตรี  หรืออาจจะเชื่อมโยงไปสู่ ประวัติดุริยกวีในยุคต่าง ๆ ได้

สำหรับที่นำมาใช้ในการเรียนการสอน มีด้วยกัน 4 ประเภท คือ

  1. เครื่องสาย(String)ซึ่งเป็นเครื่องหลักที่สำคัญ เช่น ไวโอลิน วิโอลา เชลโล และดับเบิลเบส
  2. เครื่องเป่าลมไม้(Woodwind) มี ปิคโคโล ฟลู้ต โอโบ(ใช้เทียบเสียงในวง ด้วย)  บาสซูน อิงลิชฮอร์นคลาริเน็
  3. เครื่องเป่าทองเหลือง( Brass) ได้แก่ ทรัมเป็ต ทรอมโบน เฟรนซ์ฮอร์น ทูบ
  4. เครื่องตี หรือกระทบ ( Percussion) มีทั้ง ที่สามารถเล่นทำนองได้ เช่น ไซโลโฟน ไวบราโฟนและเครื่องที่ เล่นทำนองไม่ได้ เช่น กลองใหญ่ กลองเล็ก ฉาบ

จะเห็นได้ว่าวงดนตรีออเคสตร้าได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ตั้งแต่อดีตมาจนถึงยุคปัจจุบัน เพราะปัจจุบันการจัดงานต่างๆ ล้วนใช้ดนตรีประเภทนี้

 

Sat, May 31 2014 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาออเคสตร้าในยุคปัจจุบัน

การศึกษาเกี่ยวกับบทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตร้า

วงออร์เคสตรา คือ วงดุริยางค์ขนาดใหญ่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย รวมกับเครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องตี ซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัยยุคบาโรก ในการศึกษาวงออร์เคสตราจำเป็นต้องเข้าใจถึงองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งวงออร์เคสตราในปัจจุบันมีความแตกต่างกันไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายการบรรเลงเพลงด้วย แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ขนาดเล็กผู้บรรเลงไม่เกิน 60 คน และขนาดใหญ่ผู้บรรเลงประมาณ 80-100 คน โดยคำนึงถึงความกลมกลืน และความสมดุลของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละกลุ่ม

วงออร์เคสตรา มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน

มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งในด้านขนาดของการประสมวง และลักษณะบทเพลงที่ใช้บรรเลง การประสมวงออร์เคสตราในยุคแรกประมาณกลางศตวรรษที่ 17 เครื่องดนตรีหลักจะเป็นเครื่องสายในตระกูลไวโอลิน ต้นศตวรรษที่ 18 เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าชนิดต่างๆ เช่น แตรทรัมเป็ท ถูกนำมาประสมวงด้วย พร้อมทั้งกลองทิมปานี กลางศตวรรษที่ 18 การประสมวงออร์เคสตรามีรูปแบที่เป็นมาตรฐาน เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ถูกนำมาประสมวงและมีบทบาทในเพลงมากขึ้น

ในแวดวงนักนิยมดนตรีคลาสสิกแต่ละคนต่างก็มีวงดนตรีที่ชื่นชอบเป็นพิเศษตามรสนิยมหรือประสบการณ์ของตน คงจะตอบยากถ้าจะถามใครสักคนว่าวงซิมโฟนี ออร์เคสตร้าวงไหนคือวงที่ดีที่สุด คงไม่มีใครให้คำตอบได้ ต้องยอมรับว่า บรรยากาศของ Concertgebouw Hall น่าจะมีส่วนอย่างสำคัญยิ่ง ต้องไม่ลืมว่านี่คือฮอลล์ที่มีคุณสมบัติด้านอะคูสติกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับดนตรีคลาสสิก ดีจนกล้าพูดได้ว่าเป็นหนึ่งในสามฮอลล์ที่เสียงดีที่สุดในโลก การซ้อมการบรรเลงในฮอลล์ที่ให้เสียงออกมาได้ไพเราะอย่างวิจิตรบรรจงตามจินตนาการของคีตกวีผู้สร้างสรรค์เพลงเหล่านั้นไว้

บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

– ซิมโฟนี (Symphony) เป็นบทเพลงต้นแบบของเพลงประเภทต่างๆที่ใช้บรรเลงสำหรับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ในยุคโรแมนติกเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ สง่างามและแสดงออกถึงอารมณ์ จิตวิญญาณของดนตรีในยุคผู้ประพันธ์ที่สำคัญ
– คอนแชร์โต (Concerto) เป็นบทเพลงสำหรับเครื่องดนตรีเดี่ยวเพื่อแสดงฝีมือของผู้บรรเลงร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตรา เกิดขึ้นในยุคบาโรกและมีแบบแผนที่เป็นมาตรฐานในยุคคลาสสิก
– โอเปรา (Opera) เป็นละครเพลงร้องที่ใช้วงออร์เคสตราในการบรรเลงดนตรีประกอบ และดำเนินเรื่องใช้การร้องเป็นหลัก
– ดนตรีบรรยายเรื่องราว (Simphonic poem) เป็นบทเพลงที่ใช้เสียงดนตรีสื่อความหมายต่างๆ หรือเล่าเรื่องราวตามความมุ่งหมายของผู้ประพันธ์ ซึ่งอาจเป็นการเล่าเรื่องราวหรือบรรยายภาพในลักษณะการเลียนเสียงธรรมชาติ
– บัลเลต์ (Ballet) เป็นบทเพลงที่ใช้สำหรับประกอบการแสดงละครคล้ายโอเปร่า แต่ไม่มีบทร้อง ผู้แสดงใช้การเต้นบรรยายแทนการสนทนา ผู้ประดิษฐ์ท่าทางมีความสำคัญมากเพราะต้องสื่อเนื้อหาที่เข้ากับดนตรีและเนื้อเรื่อง

Wed, April 30 2014 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาเกี่ยวกับบทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตร้า

ประโยชน์ของการศึกษาด้านดนตรี

ประโยชน์ของการศึกษาด้านดนตรี

สามเหตุผลที่ว่าทำไมเด็กที่มีประสิทธิภาพได้รับประโยชน์จากการศึกษาเพลงของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยหนุ่มสาว มีการทำวิจัยมากมายเกี่ยวกับประโยชน์ของการศึกษาดนตรีสำหรับเด็กเล็ก การเล่นดนตรีช่วยเพิ่มความเข้มข้นของหน่วยความจำและการแสดงออกของตัวเองหนึ่งปีที่สองในการศึกษาวิตเซอร์แลนด์ 1200 ทำงานกับเด็กในกว่า 50 ชั้นทางวิทยาศาสตร์แสดงถึงวิธีการเล่นดนตรีที่ดีขึ้นของเด็กและการพูดการอ่านความเข้มข้นของการพัฒนาทักษะและความชำนาญของหน่วยความจำและการแสดงออกของตนเอง เด็กเล็กที่มีถึงสามชั้นเรียนมากขึ้นเพลงต่อสัปดาห์และสามหลักสูตรหลักที่น้อยลงทำให้การพัฒนาอย่างรวดเร็วในการพูดและการเรียนรู้ที่จะอ่านด้วยความสะดวกมากขึ้นผลกระทบอื่น ๆ พบจากการศึกษาพบว่าเด็กเรียนรู้ที่จะชอบกันมากขึ้นชอบโรงเรียนมากขึ้น (เช่นเดียวกับครูของพวกเขา) และมีความเครียดน้อยลงในระหว่างการทดสอบต่างๆระบุว่าพวกเขาได้ดีสามารถจัดการประสิทธิภาพความดัน เล่นดนตรีช่วยเพิ่มความสามารถในการคิด อยู่ระหว่างการดำเนินการวิจัยที่ University of California – Irvine และ University of Wisconsin – Oshkosh แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้และเล่นดนตรีสร้างหรือปรับเปลี่ยนวิถีประสาทที่เกี่ยวข้องกับงานเหตุผลเชิงพื้นที่ซึ่งมีความสำคัญสำหรับสมองที่สูงขึ้นเช่นคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน, หมากรุกและวิทยาศาสตร์ .

การศึกษาครั้งแรกพบว่าการฟังบทเพลงเข้าเปียโน Mozart ชั่วคราวปรับปรุงความสามารถในเชิงพื้นที่ของเด็กการศึกษานี้เมื่อเทียบกับเด็กที่มีบทเรียนคอมพิวเตอร์เด็กที่มีการร้องเพลงเรียนเด็กที่เรียนดนตรีใช้แป้นพิมพ์และเด็กที่คิดว่าไม่มีอะไรเพิ่มเติม เด็ก ๆ ที่ได้มีเพลงคลาสคะแนนสูง – ไม่เกิน 35% ขึ้นไป – ไม่ทราบเด็กที่มีคอมพิวเตอร์หรือไม่เรียนอะไรเพิ่มเติมกว่าเพลงเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้นักเรียนภายใต้การปรับปรุงนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยบราวน์ในสหรัฐฯ พบว่าเด็กอายุ 5-7 ปีที่ได้รับการปกคลุมด้วยวัตถุฉนวนเบื้องหลังในการปฏิบัติโรงเรียนของพวกเขาจมอยู่กับเพื่อนของพวกเขาในการอ่านและมีความก้าวหน้าของพวกเขาในคณิตศาสตร์หลังจากเจ็ดเดือนของการเรียนดนตรี เด็ก ๆ ในชั้นเรียนของทัศนคติและพฤติกรรมการจัดอันดับที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยังมี, และหลังการเรียนดนตรีของปีได้คะแนนที่ดีกว่าเด็กที่มีไม่ได้เรียนเพิ่มเติม

Thu, March 27 2014 » การศึกษา » Comments Off on ประโยชน์ของการศึกษาด้านดนตรี

ครูดีๆในสังคมไทยยังมีอยู่มาก มีครูจำนวนไม่น้อยที่พร้อมให้สิ่งดีๆต่อการศึกษาของชาติ

กระบวนการพัฒนาครูในอนาคตต้องให้ความสำคัญกับภูมิแห่งครูไทยนี้ เพื่อที่จะไปเป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนาครูสำหรับอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นับตั้งแต่การคัดเลือกคนเข้ามาเป็นครู ว่าต้องพิจารณาองค์ประกอบใดบ้าง กระบวนการผลิตครูที่คาดหวังกันว่าการใช้เวลา 5 ปี จะเป็นยาหม้อใหญ่ในการแก้ปัญหาการผลิตครูให้เป็นครูดีได้จะเป็นจริงหรือไม่ ตลอดจนกระบวนการพัฒนาที่เน้นแต่เรื่องการอบรมความรู้ โดยใช้การฟังบรรยายเป็นหลักควรได้เปลี่ยนรูปแบบไป
แนวทางการพัฒนาครูสำหรับอนาคต

จากการเปรียบเทียบระหว่างครูในอดีตกับครูปัจจุบัน พบข้อแตกต่างอย่างชัดเจนว่า ครูในอดีตสอนสิ่งที่ตัวเองรู้แล้ว สิ่งที่ตัวเองมีแล้ว แต่ครูสมัยใหม่ต้องสอนในสิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อน เพราะฉะนั้นการเตรียมครูจะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขที่ว่า ครูต้องสอนสิ่งที่เคยรู้เคยเรียนมาก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้ครูได้ปรับเปลี่ยนบทบาทให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การเตรียมครูในอนาคตต้องเน้นหนักในเรื่องการเข้าสู่ความรู้ การคำนึงถึงผู้เรียน และเจตจำนงที่จะส่งผ่านแต่สิ่งที่ดีให้กับผู้เรียนการฝึกให้ครูดีจะต้องเป็นการบูรณาการวิชาการและวิชาชีวิต

ปัจจุบันในแวดวงการศึกษา กำลังมีการตื่นตัวอย่างขนานใหญ่ กับการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาแนวใหม่นี้อาจจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาของไทยอย่างขนานใหญ่ในอนาคต องค์การที่รับผิดชอบหลักในการดูแลและควบคุมการจัดการศึกษาจะมีอยู่เพียงหน่วยงานเดียวคือ กระทรวงศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมพร้อมทั้งจะมีการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษาไปสู่ท้องถิ่น มหาวิทยาลัยต่างๆ จะออกนอกระบบราชการไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารทรัพยากรและบริหารหลักสูตร ให้สามารถพัฒนาองค์การทางการศึกษาไปสู่ความเป็นเลิศ ในทางวิชาการ แต่ขณะเดียวกันสถานศึกษาต่างๆ เหล่านี้ ก็จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มข้นขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

Wed, December 4 2013 » การศึกษา » Comments Off on ครูดีๆในสังคมไทยยังมีอยู่มาก มีครูจำนวนไม่น้อยที่พร้อมให้สิ่งดีๆต่อการศึกษาของชาติ

คำนิยามต่างๆเกี่ยวกับการศึกษาของนักทฤษฎีชาวต่างประเทศหรือนักวิชาการของบ้านเรา

นับวันระบบการศึกษายิ่งสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวแก่ผู้ปกครองมากขึ้น ปรากฏการณ์การรับนักเรียนเข้าเรียน ม.1 ของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นปัญหาของระบบการศึกษาได้ดี เราจะเห็นความโกลาหลของผู้ปกครองที่อยู่ในอาการหวั่นวิตกว่าบุตรหลานของตนนั้นจะสามารถฝ่าข้ามเส้นแบ่งระหว่างคำว่า ได้ กับ ตก หรือไม่ เมื่อผลสอบหรือผลการเสี่ยงดวงออกมา จึงมีคนส่วนน้อยที่สมหวัง แต่คนส่วนใหญ่ผิดหวัง สำหรับผู้ที่พลาดหวังเมื่อต้องอยู่ในฐานะของผู้แพ้ แม้การที่ต้องตกอยู่ในฐานะดังกล่าว อาจไม่ใช่ความผิดอะไร และไม่ใช่ความต่ำต้อยของสติปัญญาเด็ก แต่มาจากความไร้ปัจจัย (เงิน) ที่ทำให้เข้าไปไม่ถึงโอกาสในการฝึกฝนตนเองก่อนเข้าสู่สนามแข่งขันที่เคร่งเครียดและปวดร้าว จริงหรือไม่ ผู้ที่คว้าชัยโดยมากที่สามารถปีนป่ายเหยียบข้ามบ่าคนอื่นเพื่อไปยืน ณ จุดสูงสุดนั้น ก็คือ ผู้ที่ได้เข้าสู่กระบวนการท่องบ่นวิชาอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ติวตั้งแต่เช้ายันค่ำ

พร่ำบ่มเพาะการแข่งขันให้เด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาล โดยที่ลืมคิดไปว่าจิตวิญญาณก็จำเป็นต้องใส่ลงไปในหัวเขาด้วยเหมือนกัน เรามี พ.ร.บ.การศึกษาที่มีกลไกตรวจสอบประเมินคุณภาพให้สถานศึกษามีคุณภาพ และมาตรฐานเท่าเทียมกัน ถามว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ การประเมินของ สมศ. ที่ผ่านไปแล้ว 2 รอบ อะไรคือมรรคผลที่ได้มา นอกจากทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองยิ่งไม่มั่นใจ ไม่เชื่อในระบบโรงเรียนมากขึ้น จึงหันมาพึ่งพาการติวเข้ม “เกมของคนเหนือคน” ถึงกับเชื่อว่า การติวเท่านั้นที่จะพาบุตรหลานของตนสู่ชัยชนะได้ และกระบวนการนี้คือภาพของความเลวร้ายในโลกที่ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” อย่างถึงแก่น ใครมือสั้นก็ถูกเบียดให้ล้มลง และถูกเหยียบทับถมให้จมธรณีในที่สุด

การศึกษาคืออะไร คำถามนี้คิดว่าเพื่อนหลายคนคงจะพอจำได้กับคำนิยามต่างๆของนักทฤษฎีชาวต่างประเทศหรือนักวิชาการของบ้านเราได้ให้คำจำกัดความเอาไว้มากมาย เช่น การศึกษา คือ ความเจริญงอกงาม คือกระบวนการกำจัด อวิชาสำหรับมนุษย์ การนำความกระจ่างสู่จิตและทำให้เกิดปัญญาคือการสร้างสมและถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ของมนุษย์เพื่อการแก้ปัญหาและยังให้เกิดความเจริญ เป็นกระบวนการพัฒนาบุคคลทั้งในด้านจิตใจ นิสัย และคุณสมบัติอย่างอื่นๆ เป็นเครื่องมือสำคัญของรับในการสร้างความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพลเมือง และนิยามสำคัญที่กล่าวว่า การศึกษา คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาต่างๆในสังคม

ความเป็นไปของการศึกษาไทยมากว่าทศวรรษ อาจกล่าวได้ว่าภาพที่เป็นจริงกับนิยามของการศึกษา มักเดินสวนทางกันตลอดมา ราวกับว่าการให้นิยามเป็นเพียงความนึกฝัน ที่ไม่มีวันเป็นจริงภาพสะท้อนของการศึกษาไทยในปัจจุบัน ยิ่งทำให้เห็นว่าการศึกษาไม่อาจเป็นกระบวนการพัฒนามนุษย์สู่ความเจริญงอกงามและสมดุลได้จริง ทั้งนี้เพราะเนื้อตัวของการศึกษาเองก็มีปัญหาค่อนข้างมาก การที่กล่าวว่าการศึกษาเป็นรากฐานในการสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาต่างๆในสังคม จึงเป็นเพียงหลักการ แต่ไม่อาจนำมาใช้แก้ไขปัญหาสังคมได้จริง กล่าวอีกทีการศึกษานั่นเองที่เป็นตัวบ่มเพาะปัญหาให้แก่สังคมมากขึ้นๆทุกที การกล่าวเช่นนี้บางคนอาจมองว่าเป็นการมองโลกในทางร้าย แต่ถ้าพิเคราะห์ให้ดีผลสะท้อนจากการศึกษา ก็มักปรากฏออกมาในทางที่เป็นปัญหาจริงๆ

Thu, November 14 2013 » การศึกษา » Comments Off on คำนิยามต่างๆเกี่ยวกับการศึกษาของนักทฤษฎีชาวต่างประเทศหรือนักวิชาการของบ้านเรา

การศึกษานอกระบบที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายรูปแบบ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุและสถานที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพมนุษย์

ปัจจุบันวิถีการเรียนรู้ของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การขยายตัวทางสังคมในโลกยุคโลกาภิวัตน์ได้แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง องค์ความรู้และวิทยาการใหม่ๆล้วนเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนพัฒนาการของระบบเศรษฐกิจที่ใช้ความรู้เป็นฐาน ทำให้ประชากรเกิดความต้องการในการแสวงหาความรู้ นำไปสู่การเรียนรู้ในแทบทุกกิจกรรมของสังคม วิถีการเรียนรู้ของมนุษย์จึงขยายขอบเขตจากการศึกษาในระบบ(ชั้นเรียน) ไปสู่การเรียนรู้จากการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ส่งผลทำให้เกิดกิจกรรมทางการศึกษรวมไปถึงแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย

การศึกษานอกระบบ หมายถึงการศึกษาซึ่งจัดขึ้นนอกระบบปกติ ที่จัดให้กับประชาชนทุกเพศทุกวัย ไม่มีการจำกัดพื้นฐานการศึกษาอาชีพประสบการณ์หรือความสนใจ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับความรู้ในด้านพื้นฐานแก่การดำรงชีวิต ความรู้ทางด้านทักษะ การประกอบอาชีพและความรู้ด้านอื่นๆ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต การจัดการศึกษามีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษาระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลและประเมินผล ซึ่งเงื่อนไข การสำเร็จการศึกษา

โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน อาจกล่าวได้ว่า การศึกษานอกระบบหมายถึง กระบวนการทางการศึกษาที่จัดขึ้นเพื่อเพิ่มหรือพัฒนาศักยภาพให้แก่ประชาชน ทั้งในด้านความรู้ ความชำนาญ หรืองานอดิเรกต่างๆ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาอาจได้รับ หรือไม่ได้รับเกียรติบัตรก็ได้ ซึ่งเกียรติบัตรนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการปรับเทียบเงินเดือน หรือศึกษาต่อ ยกเว้นการศึกษาสายสามัญของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีการมอบวุฒิบัตรที่สามารถปรับเทียบเงินเดือนหรือศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นได้

การศึกษานอกระบบโรงเรียน เป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการศึกษาซึ่งเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ไม่ได้เข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียนตามปกติได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ พัฒนาตนเอง ให้สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะอ่อนตัวให้ผู้เรียนมีความสะดวกเลือกเรียนได้หลายวิธี จึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวผู้เรียนและสังคมเป็นอย่างยิ่ง การศึกษานอกโรงเรียนมีความหมายครอบคลุมถึงมวลประสบการณ์การเรียนรู้ทุกชนิดที่บุคคลได้รับจากการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ตามธรรมชาติการเรียนรู้จากสังคม และการเรียนรู้ที่ได้รับจากโปรแกรมการศึกษาที่จัดขึ้นนอกเหนือไปจากการศึกษาในโรงเรียนตามปกติ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่มิได้อยู่ในระบบโรงเรียนปกติ ได้มีโอกาสแสวงหาความรู้ ทักษะ ทัศนคติ เพื่อมุ่งแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอาชีพ หรือการพัฒนาความรู้เฉพาะเรื่องตามที่ตนสนใจ

งานด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียนหมายถึง การจัดกิจกรรมการศึกษาที่จัดขึ้นนอกระบบโรงเรียน โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ชัดเจน กิจกรรมการศึกษาดังกล่าวมีทั้งที่จัดกิจกรรมโดยเอกเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมอื่น หน่วยงานที่จัดการศึกษานอกโรงเรียนนั้น เป็นทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนโดยตรงและหน่วยงานอื่น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนชุมชนที่อาศัย การศึกษาเป็นเครื่องมือนำไปสู่วัตถุประสงค์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคม ในทางทฤษฎีจึงได้นับเนื่องเอาการศึกษานอกโรงเรียนเป็นระบบหนึ่งของการศึกษาตลอดชีวิต ที่มีส่วนเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นและต่อเนื่องกับการศึกษาในระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย ทำให้การศึกษานอกระบบโรงเรียนเป็นความหวังของวงการศึกษา และเป็นกลไกที่สำคัญของรัฐในการพัฒนาคุณภาพของคนส่วนใหญ่ในประเทศได้

Fri, November 8 2013 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษานอกระบบที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายรูปแบบ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุและสถานที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพมนุษย์