เรียนรู้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด บล็อกเล่าเรื่องการศึกษา

การเรียนรู้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ควรจะเป็นการเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ และออกมาจากใจที่ใฝ่หาความรู้จริง ๆ

การศึกษาเกี่ยวกับบทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตร้า

วงออร์เคสตรา คือ วงดุริยางค์ขนาดใหญ่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย รวมกับเครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องตี ซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัยยุคบาโรก ในการศึกษาวงออร์เคสตราจำเป็นต้องเข้าใจถึงองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งวงออร์เคสตราในปัจจุบันมีความแตกต่างกันไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายการบรรเลงเพลงด้วย แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ขนาดเล็กผู้บรรเลงไม่เกิน 60 คน และขนาดใหญ่ผู้บรรเลงประมาณ 80-100 คน โดยคำนึงถึงความกลมกลืน และความสมดุลของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละกลุ่ม

วงออร์เคสตรา มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน

มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งในด้านขนาดของการประสมวง และลักษณะบทเพลงที่ใช้บรรเลง การประสมวงออร์เคสตราในยุคแรกประมาณกลางศตวรรษที่ 17 เครื่องดนตรีหลักจะเป็นเครื่องสายในตระกูลไวโอลิน ต้นศตวรรษที่ 18 เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าชนิดต่างๆ เช่น แตรทรัมเป็ท ถูกนำมาประสมวงด้วย พร้อมทั้งกลองทิมปานี กลางศตวรรษที่ 18 การประสมวงออร์เคสตรามีรูปแบที่เป็นมาตรฐาน เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ถูกนำมาประสมวงและมีบทบาทในเพลงมากขึ้น

ในแวดวงนักนิยมดนตรีคลาสสิกแต่ละคนต่างก็มีวงดนตรีที่ชื่นชอบเป็นพิเศษตามรสนิยมหรือประสบการณ์ของตน คงจะตอบยากถ้าจะถามใครสักคนว่าวงซิมโฟนี ออร์เคสตร้าวงไหนคือวงที่ดีที่สุด คงไม่มีใครให้คำตอบได้ ต้องยอมรับว่า บรรยากาศของ Concertgebouw Hall น่าจะมีส่วนอย่างสำคัญยิ่ง ต้องไม่ลืมว่านี่คือฮอลล์ที่มีคุณสมบัติด้านอะคูสติกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับดนตรีคลาสสิก ดีจนกล้าพูดได้ว่าเป็นหนึ่งในสามฮอลล์ที่เสียงดีที่สุดในโลก การซ้อมการบรรเลงในฮอลล์ที่ให้เสียงออกมาได้ไพเราะอย่างวิจิตรบรรจงตามจินตนาการของคีตกวีผู้สร้างสรรค์เพลงเหล่านั้นไว้

บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

– ซิมโฟนี (Symphony) เป็นบทเพลงต้นแบบของเพลงประเภทต่างๆที่ใช้บรรเลงสำหรับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ในยุคโรแมนติกเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ สง่างามและแสดงออกถึงอารมณ์ จิตวิญญาณของดนตรีในยุคผู้ประพันธ์ที่สำคัญ
– คอนแชร์โต (Concerto) เป็นบทเพลงสำหรับเครื่องดนตรีเดี่ยวเพื่อแสดงฝีมือของผู้บรรเลงร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตรา เกิดขึ้นในยุคบาโรกและมีแบบแผนที่เป็นมาตรฐานในยุคคลาสสิก
– โอเปรา (Opera) เป็นละครเพลงร้องที่ใช้วงออร์เคสตราในการบรรเลงดนตรีประกอบ และดำเนินเรื่องใช้การร้องเป็นหลัก
– ดนตรีบรรยายเรื่องราว (Simphonic poem) เป็นบทเพลงที่ใช้เสียงดนตรีสื่อความหมายต่างๆ หรือเล่าเรื่องราวตามความมุ่งหมายของผู้ประพันธ์ ซึ่งอาจเป็นการเล่าเรื่องราวหรือบรรยายภาพในลักษณะการเลียนเสียงธรรมชาติ
– บัลเลต์ (Ballet) เป็นบทเพลงที่ใช้สำหรับประกอบการแสดงละครคล้ายโอเปร่า แต่ไม่มีบทร้อง ผู้แสดงใช้การเต้นบรรยายแทนการสนทนา ผู้ประดิษฐ์ท่าทางมีความสำคัญมากเพราะต้องสื่อเนื้อหาที่เข้ากับดนตรีและเนื้อเรื่อง

Wed, April 30 2014 » การศึกษา