เรียนรู้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด บล็อกเล่าเรื่องการศึกษา

การเรียนรู้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ควรจะเป็นการเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ และออกมาจากใจที่ใฝ่หาความรู้จริง ๆ

คดีรุดหน้าระบิลทันใจในแข็ง สมัคร เน็ต ais 89 พร้อมกับ

การใช้ สมัคร เน็ต ais 89 ข่าวเลขลำดับโทรศัพท์โต้กลับผกผวนยังลุ้นส่งให้เจ้าศักยสืบเรือนสิ่งผู้ประดิษฐ์เลขลำดับโทรศัพท์ตรงนั้น ข่าวดังกล่าวศักยนำมาใช้ด้วยวัตถุประสงค์พร้อมด้วยสาเหตุพื้นดินหลากหลาย เหลือแหล่สัตว์มักใช้ข่าวโทรศัพท์แขนระบุ สมัคร เน็ต ais 89  ทรงโต้กลับผกผวนด้วยดำเนินยังซีกข้างใต้สิ่งโทรศัพท์พื้นดินมิรู้จักพื้นดินบ้านเรือนหรือไม่สถานที่ทำงานหรือไม่ตรวจหญิบขายหรือไม่บุตรชายนัดดาสิ่งตัว นอกจากนี้ยังศักยใช้ด้วยเสาะหาตำหนักสิ่งปุถุชนพื้นดินโทรศัพท์แขนระบุพื้นดินขาดแคลนสร่างดำเนินหาได้วิธทันการเพื่อศักยส่งส่งคืนส่งให้ผู้ประดิษฐ์หาได้วิธปึกแผ่นโดยมิแตะยากไร ๆ การประมวญข่าวทำหาได้ง่ายๆแค่เพียงใช้เครื่องอุปกรณ์เสาะหา สมัคร เน็ต ais 89  ด้วยทำการเสาะหาโอกาสอินเทอร์เน็ตพร้อมด้วยศักยทำหาได้วิธทันการ  

more... »

Mon, June 26 2017 » การศึกษา » Comments Off on คดีรุดหน้าระบิลทันใจในแข็ง สมัคร เน็ต ais 89 พร้อมกับ

วงออเคสตร้าในยุคคลาสสิค

วงดนตรีที่มีกลุ่มเครื่องสายในตระกูลไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีหลัก และมีจำนวนผู้บรรเลงมากกว่ากลุ่มเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆ วงดนตรีออร์เคสตร้าเริ่มการแสดงเต็มรูปแบบในยุโรป ซึ่งการแสดงดนตรีสมัยนั้น มีสถานที่เพียงสองสามแห่งเท่านั้นที่จัดได้ คือในโบสถ์ ภายในราชสำนัก และคฤหาสน์ของขุนนางตำแหน่งสำคัญๆ สถานที่ที่ดนตรีจะเข้าถึงประชาชนยุคนั้นได้มากที่สุดคือโบสถ์ แต่ก็จะเป็นดนตรีเพื่อศาสนกิจเท่านั้น ส่วนดนตรีเพื่อความรื่นรมย์แทบไม่เคยปรากฏว่ามีการแสดงในที่สาธารณะใดๆ ให้สามัญชนได้รับชมรับฟัง จุดเริ่มต้นของการแสดงวงออร์เคสตร้าเพื่อประชาชนจริงๆ เริ่มที่กรุงลอนดอน เดือนธันวาคม ค.ศ.1672 จอห์น บาร์นิสเตอร์ นักไวโอลินชาวอังกฤษรวบรวมพรรคพวกนักดนตรีจัดการแสดงขึ้นที่บ้านเขาเองที่ตำบลไวท์ฟไรเอส์ ให้ผู้เข้าฟังเสียค่าประตูคนละ 1 ชิลลิง นับจากนั้นพัฒนาการแสดงดนตรีก็มีเรื่อยมา วงออร์เคสตร้าในยุคคลาสสิค ได้กล่าวถึงเรื่องราวของลักษณะทางดนตรีหรือ Style ของดนตรีในยุคคลาสสิค คือระหว่างปี ค.ศ. 1750-1820 ไปแล้ว ต่อไปนี้จะกล่าวถึงลักษณะของวงดนตรีที่เรียกว่าวงออร์เคสตร้าในยุคนี้บ้าง พอเป็นที่เข้าใจกันได้ วงออร์เคสตร้าในสมัยบาโร้คนั้นมีรูปแบบไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตามใจของคีตกวีว่าบทเพลงไหนจะใช้เครื่องดนตรีอะไรบ้าง แต่พอตกมาถึงยุคคลาสสิค จึงกลายเป็นวงดนตรีที่มีการจัดระบบระเบียบชัดเจนขึ้น คือวงออร์เคสตร้ายุคนี้จะประกอบด้วยเครื่องดนตรี 4 ประเภท ได้แก่ กลุ่มเครื่องสาย กลุ่มพวกปี่และขลุ่ย กลุ่มพวกแตรต่างๆ และกลุ่มเครื่องเคาะเครื่องตี ซึ่งนิยมกำหนดเครื่องดนตรีไว้โดยประมาณดังนี้ เครื่องสาย (String) ได้แก่ ไวโอลิน 1 และ 2 วิโอล่า เชลโล […]

more... »

Sat, October 17 2015 » การศึกษา » Comments Off on วงออเคสตร้าในยุคคลาสสิค

ในสมัยนี้มีความสวยสดงดงามทำให้พัฒนาการของวงออร์เคสตรามาถึงจุดที่เป็นมาตรฐาน

วงออร์เคสตราสมัยบาโรกเป็นวงออร์เคสตราสมัยแรก ๆ ของดนตรีประเภทคลาสสิกมาตรฐานของการจัดวงไม่มี ความแน่นอนนักลักษณะการจัดวงโดยทั่วไปจะให้ไวโอลินหนึ่ง อยู่ทางซ้ายมือ ของผู้อำนวยเพลงและให้ไวโอลินที่สอง อยู่ทางขวามือ วิโอลา และเชลโลอยู่ตรงกลางส่วนดับเบิลเบสอยู่แถวหลังสุดของวง สำหรับเครื่องเป่าลมไม้ อยู่หลังกลุ่มไวโอลินที่หนึ่ง เครื่องเป่าทองเหลือง อยู่ด้านหลังขวา เครื่องประกอบจังหวะ อยู่หลังสุดของวง นอกจากนี้ อาจจะมีฮาร์ปสิคอร์ดเล่นเป็นแนวเบส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการผู้ประพันธ์เพลงและสถานที่ ที่ใช้ในการแสดงโดยทั่วไปมักมีจำนวนผู้เล่นประมาณ 20-30 คน นับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 วงออร์เคสตราเริ่มมีแบบแผนมากขึ้นบทเพลงที่เขียนขึ้นก็ต้องการใช้ในวงที่มีจำนวนเครื่องดนตรีที่มากขึ้น ลักษณะการจัดวงโดยทั่วไปมีเครื่องดนตรีครบทั้ง 4 กลุ่ม จำนวนของเครื่องดนตรีแต่ละประเภทนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของวงและบทเพลงที่บรรเลง จากต้นสมัยบาโรกจนกระทั่งถึงปลายสมัยคลาสสิกผู้ประพันธ์เพลงต่างก็มีอิสระหลุดพ้นจากการครอบงำในด้านความคิดจึงส่งผลให้ผลงานที่แต่งขึ้นในสมัยนี้มีความสวยสดงดงามทำให้พัฒนาการของวงออร์เคสตรามาถึงจุดที่เป็นมาตรฐาน เนื่องจากมีการใช้สีสันของเครื่องดนตรีที่แตก ต่างกันมาใช้ในการแต่งเพลงจึงมีความหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มจำนวนเครื่องดนตรีเข้า ไปเพื่อรองรับความคิดดังกล่าว เพื่อคุณภาพของเสียงที่แสดงพลังอำนาจของวงออร์เคสตราอย่าง แท้จริงจึงทำให้วงออร์เคสตราในสมัยนี้มีขนาดใหญ่ เนื่องจากความเจริญในทุก ๆ ด้านของสมัยนี้จึงทำให้ขนาดของวงออร์เคสตรามีความแตก ต่างกันออกไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจรวมถึงความเจริญทางด้านเทคโนโลยีได้มีการผลิต เครื่องดนตรีที่ใช้ไฟฟ้าที่เราเรียกว่า ซินธิไซเซอร์ซึ่งสามารถปรับแต่งเสียงเครื่อง ดนตรีได้เกือบทุกชนิด บางครั้งนำเข้ามาบรรเลงร่วมกับวงออร์เคสตรา จึงทำให้วงออร์เคสตราใน สมัยนี้มีหลายขนาด โดยปกติมักแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ วงออร์เคสตราขนาดเล็กมักประกอบด้วย ผู้เล่นไม่เกิน 60 คน และวงออร์เคสตราขนาดใหญ่มักประกอบด้วยผู้เล่นประมาณ 80 […]

more... »

Thu, October 1 2015 » การศึกษา » Comments Off on ในสมัยนี้มีความสวยสดงดงามทำให้พัฒนาการของวงออร์เคสตรามาถึงจุดที่เป็นมาตรฐาน

การสนับสนุนและพัฒนาวงดนตรีออร์เคสตร้า

วงดนตรีสากลที่นิยมบรรเลงกัน มีการประสมวงอยู่หลายลักษณะที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ วงเชมเบอร์ วงออร์เคสตรา วงคอมโบ และวงสตริงคอมโบซึ่งวงแต่ละประเภทก็จะมีการแบ่งแยกย่อยลงไปอีกตามลักษณะของเครื่องดนตรีที่นำเข้ามาใช้และจำนวนนักดนตรีที่ร่วมบรรเลง รวมไปถึงบทเพลงที่ใช้บรรเลงด้วย สำหรับวงดนตรีออร์เคสตราซึ่งเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่มีนักดนตรีจำนวนมาก เครื่องดนตรีมีหลายชนิด จำเป็นจะต้องมีวาทยกรหรือคอนดักเตอร์ทำหน้าที่ควบคุมวง เพื่อให้การบรรเลงดนตรีดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด วิวัฒนาการของวงออร์เคสตร้าเริ่มขึ้นในราว ค.ศ. ๑๖๐๐ ช่วงระยะเวลา ๔๐๐ ปี ทำให้ลักษณะของวงออร์เคสตร้าแตกต่างกันออกไปตามยุคตามสมัยของดนตรี ในยุคปัจจุบันขนาดของวงออร์เคสตร้าในปัจจุบันแตกต่างกันไปตามสภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายของการบรรเลงเพลงด้วย โดยปกติจะแบ่งวงออร์เคสตร้าเป็น 2 ลักษณะคือวงออร์เคสตร้าขนาดเล็ก มักจะมีผู้เล่นไม่เกิน ๖๐ คน และวงออร์เคสตร้าขนาดใหญ่ มักจะมีผู้เล่นประมาณ ๘๐-๑๐๐ คน ซึ่งสองในสามของนักดนตรีจะเป็นกลุ่มเครื่องสาย หนึ่งในสี่จะเป็นนักดนตรีในกลุ่มเครื่องลม และเครื่องลมทองเหลือง ส่วนเครื่องตีจะเป็นนักดนตรีประมาณ ๔-๕ คน อัตราส่วนของการจัดวงออร์เคสตร้าเช่นนี้ ทำให้เสียงดนตรีที่ได้มีความสมดุลและเหมาะสม สำหรับวงดนตรีออร์เคสตราที่ใช้บรรเลงเพลงประเภทซิมโฟนีซึ่งเป็นบทเพลงที่มีการพัฒนาจนสมบรูณ์ที่สุด ซึ่งวงออร์เคสตราหรือวงดุริยางค์สากลมักใช้ประกอบการแสดงอุปรากรหรือโอเปราซึ่งจะใช้ผู้แสดงวงดนตรีไม่เกิน ๖ คน การแสดงเพื่อฟังเพลงโดยเฉพาะ เครื่องดนตรีที่ใช้ในวงออเคสตร้า – กลุ่มเครื่องสาย (Strings) ได้แก่  ไวโอลิน วิโอลา เชลโล ดับเบิลเบส และฮาร์ป – […]

more... »

Wed, August 19 2015 » การศึกษา » Comments Off on การสนับสนุนและพัฒนาวงดนตรีออร์เคสตร้า

วงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนได้มาตรฐานในยุคนี้

ออร์เคสตราเป็นภาษาเยอรมันตามความหมายรูปศัพท์ หมายถึง สถานที่เต้นรำซึ่งหมายถึงส่วนหน้าของโรงละครสมัยกรีกโบราณ ที่ใช้เป็นที่เต้นรำและร้องเพลง ของพวกนักร้องประสานเสียงสำหรับดนตรีตะวันตก ออร์เคสตรามีความหมายถึงวงซิมโฟนี ออร์เคสตรา ได้แก่ วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย รวมกับเครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องตี ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 18 คำว่า ออร์เคสตรา หมายถึง การแสดงของวงดนตรี ซึ่งเป็นความหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามคำนี้ยังคงใช้ในอีกความหมายหนึ่ง คือ พื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวทีละคร และโรงแสดงคอนเสิร์ต ระยะต่อมาในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 เมื่อเริ่มกำหนดจำนวนเครื่องดนตรีลงในบทเพลง การพัฒนาวงออร์เคสตราจึงเริ่มมีขึ้น ซึ่งในระยะแรกเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เคสตรา ซึ่งมีจำนวนผู้เล่นประมาณ 10-25 คน โดยบางครั้งอาจจจะมีมากกว่านี้ตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 วงออร์เคสตรามีการเพิ่มเครื่องลมไม้ และตอนปลายของยุคบาโรค ผู้ประพันธ์เพลงนิยมบอกจำนวนเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลือง และเครื่องประกอบจังหวะในออร์เคสตรา ราวกลางศตวรรษที่ 18 วงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนได้มาตรฐานในยุคนี้ คือ ยุคคลาสสิก ซึ่งเหตุผลประการหนึ่ง คือ บทเพลงประเภทซิมโฟนีเป็นรูปแบบขึ้นมาในยุคนี้ จึงทำให้ต้องมีการจัดวงออร์เคสตราให้มีมาตรฐาน เพื่อใช้เล่นเพลงซิมโฟนี นอกจากนี้การบรรเลงบทเพลงประเภทคอนแชร์โต โอเปร่า และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนาก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาวงออร์เคสตราเป็นแบบแผนขึ้น แม้ว่าวงซิมโฟนีออร์เคสตราในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ยังคงมีบทบาทสำคัญในดนตรีตะวันตก […]

more... »

Tue, July 28 2015 » การศึกษา » Comments Off on วงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนได้มาตรฐานในยุคนี้

กิจกรรมชมรมดนตรีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน

การแสดงออกทางด้านดนตรี นอกจากเป็นไปเพื่อความบันเทิงแล้วยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาและเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจให้กับผู้ทำกิจกรรม รวมถึงผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้นิสิตหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถ รวมทั้งผู้ที่สนใจในด้านดนตรีได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญ จากความสำคัญดังกล่าวทางชมรมดนตรีจึงมีแนวคิดที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาดังกล่าว และได้เล็งเห็นช่องทางที่จะให้นิสิตหรือผู้ที่สนใจได้มีการแสดงออกในทางที่ถูกต้อง จึงได้จัดกิจกรรมโครงการเพิ่มทักษะในศาสตร์ด้านดนตรีกับชมรมดนตรีเพื่อพัฒนาทักษะให้นิสิตผู้ที่สนใจมีความชำนาญในศาสตร์ทางด้านดนตรีมากขึ้น ดนตรี ถือเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทุกชีวิตย่อมมีดนตรีในหัวใจ ชมรมดนตรีก่อกำเนิดจากรสนิยมทางด้านดนตรีของนักเรียนโดยผ่านกระบวนการฝึกประสบการณ์เพิ่มเติมของเด็กๆ บทบาทที่สำคัญคือเติมสีสันให้ทุกกิจกรรมในโรงเรียน เช่นกิจกรรมกีฬาสี กิจกรรมเปิดงานต่างๆ กิจกรรมรณรงค์ ฯลฯ ชมรมถือเป็นช่องทางหนึ่งที่เพิ่มเติมให้กับผู้เรียนที่มีความสนใจในกิจกรรมดนตรี โดยมีการสนับสนุนด้วยดีจากทางโรงเรียน การเห็นคุณค่าต่อการจัดการเรียนการสอนดนตรีในโรงเรียนที่เป็รมรดกและภูมิปัญญาของคนไทย ได้รวบรวมนักเรียนที่สนใจในกิจกรรมดนตรีจัดตั้งชมรมดนตรีโดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้กล้าแสดงออกและอนุรักษ์มรดกของชาติไทยให้คงอยู่สืบไป เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความถนัด ความสนใจ ตามความต้องการของผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อการค้นพบความถนัดความสนใจของตนเอง และพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ ตลอดจนการพัฒนาทักษะของสังคม และปลูกฝังจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความสามารถด้านการเล่นดนตรีซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สร้างสรรค์ให้นักศึกษากล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง การเล่นดนตรีและการร้องเพลงช่วยทำให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาหันมาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติด โดยมีนักศึกษาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

more... »

Tue, April 28 2015 » การศึกษา » Comments Off on กิจกรรมชมรมดนตรีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน

การศึกษาดนตรีบำบัดเพื่อรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล

การนำดนตรีมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยหรือพัฒนาศักยภาพด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และทักษะทางสังคม ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มในทุกช่วงวัย อีกทั้งยังสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่อยากเพิ่มพูนศักยภาพของตนเอง โดยมีดนตรีเป็นเครื่องมือและสื่อกลางในการบำบัด เพราะดนตรีเป็นอีกภาษาหนึ่งที่ใช้ในการแสดงความรู้สึกและรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น ยามที่คนเราไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาทางคำพูดได้ เราสามารถเล่นดนตรีหรือร้องเพลงเป็นการระบายความรู้สึกออกมาแทน เพราะฉะนั้นดนตรีจึงสามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกทางบวกและผ่อนคลายความตึงเครียดได้ ปัจจุบันการรักษาทางเลือก เริ่มมีบทบาทชัดเจนว่ามีส่วนช่วยการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นการสื่อสาร การดูแลไปถึงสุขภาพของคนไข้สำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพใจ เป็นการเรียนรู้เพื่อให้เกิดผล ตอนนี้ตามโรงพยาบาลต่างๆก็เริ่มเห็นความสำคัญโดยนำดนตรีและศิลปะบำบัด เข้าไปเป็นส่วนร่วมในการบำบัดรักษามากขึ้นของศิลป์บำบัดที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด เพื่อสร้างสภาวะสมดุล ซึ่งสภาวะสมดุลนั้นไม่ใช่สภาวะที่ดีที่สุด หรือแข็งแรงที่สุด แต่เป็นสภาวะสมดุลที่จะทำให้ชีวิตนั้น สามารถดำรงอยู่ต่อไปอย่างสบายดีหรือสบายใจ ดนตรีบำบัด คือศาสตร์ที่ว่าด้วยการนำดนตรีหรือองค์ประกอบอื่นๆทางดนตรีมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับเปลี่ยน พัฒนา และคงรักษาไว้ซึ่งสุขภาวะของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม โดยนักดนตรีบำบัดเป็นผู้ดำเนินการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ผ่านทางกิจกรรมทางดนตรีต่างๆอย่างมีรูปแบบโครงสร้างที่ชัดเจน มีหลักเกณฑ์ และระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยเป้าหมายของดนตรีบำบัดไม่ได้เน้นที่ทักษะทางดนตรี แต่เน้นในด้านพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละบุคคลที่มารับการบำบัด สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายบริบท เช่น ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์ ดนตรีบำบัดในโรงพยาบาล 1.กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ 2.ช่วยเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายในการฟื้นฟูสมรรถภาพ 3.ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ก้าวร้าว รุนแรง อยู่ไม่นิ่ง ร่วมกับพฤติกรรมบำบัด และการบำบัดโดยใช้ยา […]

more... »

Tue, February 24 2015 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาดนตรีบำบัดเพื่อรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล

ความสำคัญในการศึกษาดนตรีอยู่ที่การ สร้างและพัฒนาทั้งผู้ฟัง ผู้แสดง ครูดนตรี และนักวิชาการทางดนตรี

ดนตรี เป็นศิลปะประเภทมองไม่เห็น ใช้เสียงเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้สึกการสะเทือนอารมณ์ ใช้เวลาเป็นการกำหนดขอบเขต แสดงจุดเริ่มต้นและการจบการใช้เสียงวาดลวดลายต่างๆ ลงไปบนช่องว่างของเวลาประดุจจิตรกรกำลังใช้ปลายพู่กันวาดลายเส้นอยู่บนผืนผ้าใบ ความงามของเสียงแต่ล่ะเสียงความปราณีตของอารมณ์แต่ล่ะอารมณ์ จะถูกถ่ายทอดมายังผู้ฟัง ซึ่งจำเป็นต้องมีภูมิความรู้ในการฟังดนตรีเป้นย่างดีเช่นเดียวกับผุ้ที่ชอบม้า ก็พยายามเรียนรู้เรื่องของม้าให้มากที่สุดหรือผู้ที่ชอบหนังสือก็ต้องขวนขวายหาหนังสือมาอ่านให้ถึงที่สุด การศึกษาดนตรี จำเป็นต้องมีพื้นฐานและองคืประกอบการศึกษาหลายด้าน เช่นในด้านสังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ การศึกษาในแง่ของประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเผ่าพันธ์มนุษย์แต่ล่ะเผ่า การศึกาในแง่ภูมิศาสตร์เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ สภาพภูมิประเทศ ตลอดถึงทรัพยากร วัสดุต่างๆที่หาได้งายในแต่ล่ะสภาพท้องถิ่น หรือการศึกษาในแง่ของภาษาศาสตร์ที่จำเป้นมากในการเรียนดนตรีเช่นคนภาคกลาง ไปฟังดนตรีพื้นเมืองหรือหมอลำทางอีสาน ส่วนใหญ่ฟังม่ค่อยได้เพราะอุปสรรคเรื่องภาษา ถ้าต้องการสึกษาดนตรีทั่วโลกที่จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาทั่งโลกเช่นเดียวกัน ดนตรีเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง มีโครงสร้างใหญ่ เช่นเดียวกับภาษาศาสตร์ คือมีภาษาพูด(ใช้วิธีการต่างๆ กันหลายวิธี เช่นการบรรเลงด้วยการใช้เสียงจากร่างกาย  เช่นการร้องเพลงหรือการพูดเป็นทำนองดนตรีหรือการบรรเลงด้วยเครื่องดนตรี) มีภาษาเขียน ใช้สัญลักษณ์โดยทั่วไปเรีบกว่า” โน้ต” เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ทางภาษาที่มีตัวอักษร พยัญชนะ สระและมีหลักไวยากรณ์ สำหรับข้อบังคับกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น Harmonic ในดนตรีสากลและใช้กลอน( counter  point) ในดนตรีไทยนอกจากนี้ก็มีประวัติดนตรี(History Of Music) เช่นเดียวกับประวัติความเป็นมาของภาษาต่างๆ ในการค้นคว้าหลักฐานประวัติความเป็นมาของเครื่องดนตรีแต่ล่ะชนิด นอกจากการศึกษาด้านสังคมศาสตร์แล้วยังต้องประกอบกับการพิจารณาอีกในหลายๆด้าน   เช่นหลักการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่จะเริ่มจากสิ่งเล็กไปหาสิ่งใหญ่เสมอหรือจากสิ่งที่ง่ายๆไปหาสิ่งที่ยากกว่า เช่น เครื่องดนตรีที่มีสายเส้นเดียวควรจะเกิดก่อนเครื่องดนตรีที่มี 2 หรือ 3 […]

more... »

Sat, January 10 2015 » การศึกษา » Comments Off on ความสำคัญในการศึกษาดนตรีอยู่ที่การ สร้างและพัฒนาทั้งผู้ฟัง ผู้แสดง ครูดนตรี และนักวิชาการทางดนตรี

การจัดกิจกรรมการแข่งขันวงดนตรีในสถานศึกษา

ในยุคปัจจุบันการส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ สถานศึกษาต้องจัดกิจกรรมการเรียนที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนเนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน มีความสนใจและความถนัดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าโรงเรียนได้จัดการศึกษาที่สอดคล้องกับผู้เรียนแต่ละคน ประเทศของเราจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีความสามารถยอดเยี่ยมและหลากหลาย สามารถคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล และเราก็สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก การร้องเพลงและเล่นดนตรีเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ฝึกสมาธิและเกิดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยรักในการร้องเพลงและเล่นดนตรีให้มากขึ้น รวมไปถึงเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่จัดขึ้น ดังนั้นจึงได้จัดการประกวดวงดนตรีและร้องเพลงขึ้นเพื่อส่งเสริมการเล่นดนตรีและขับร้อง มีจุดประสงค์หลักในการประกวดเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรี ได้มีเวทีให้การแสดงความสามารถ และเพิ่มพูนประสบการณ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนหันมาเล่นดนตรีและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ดนตรีก่อให้เกิดความรู้สึกที่อ่อนโยน จิตใจแจ่มใสร่าเริง มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด จึงควรส่งเสริมให้นักเรียนหันมาเล่นดนตรี และร่วมกิจกรรมทางดนตรีสากล เพื่อให้เกิดความบันเทิงทางจิตใจ ความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะและยังเป็นการพัฒนาทักษะทางดนตรีที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย และให้นักศึกษากล้าคิด กล้าแสดงออก รู้จักผ่อนคลาย สร้างความเพลิดเพลิน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะสามารถเป็นพื้นฐานและนำไปเป็นทางเลือกในการดำรงชีวิต หรือการเป็นมืออาชีพด้านดนตรีในโอกาสต่อไป ผลคาดว่าที่จะได้รับจากการจัดงาน 1.ผู้เข้าร่วมประกวดได้มีโอกาสแสดงความสามารถทางด้านดนตรีสู่สาธารณะชน 2.สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติในเยาวชนไทย 3.เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้เยาวชนรักดนตรีและรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 4.สามารถส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการจัดดำเนินงาน และเรียนการทำงานเป็นทีม ตลอดจนกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ 5.เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกจิตสำนึกของเยาวชนไทยให้รู้ เข้าใจ และตระหนักถึงโทษภัยของยาเสพติดและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มีต่อเยาวชนและสังคมไทยในปัจจุบัน 6.สามารถประชาสัมพันธ์เครือข่าย ฯ และกิจกรรมของเครือข่าย ฯ […]

more... »

Fri, December 19 2014 » การศึกษา » Comments Off on การจัดกิจกรรมการแข่งขันวงดนตรีในสถานศึกษา

เรียนรู้บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

  วงออร์เคสตราในปัจจุบัน มีความแตกต่างกันไปตามสภาพสังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายการบรรเลงเพลงด้วย วันนี้เราจะพามารู้จักกับวงออร์เคสตรากันค่ะ ว่ามีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ซิมโฟนี (Symphony) เป็นบทเพลงต้นแบบของเพลงประเภทต่างๆ ที่ใช้บรรเลงสำหรับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ซึ่ง นิยมในยุคคลาสสิก (1750-1820) ส่วนใหญ่ประพันธ์โดยไฮเดิน (106 บท) โมซาร์ท (ประมาณ 50 บท) ในยุคโรแมนติกเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ สง่างามและแสดงออกถึงอารมณ์ จิตวิญญาณของดนตรีในยุคผู้ประพันธ์ที่สำคัญ เช่น ชูเบิร์ต ชูมานน์ เป็นต้น ซิมโฟนีโดยปกติ ประกอบด้วย 3-4 ท่อน โดยรูปแบบจังหวะแต่ละท่อนเป็นเร็ว-ช้า-เร็ว หรือ เร็ว-ช้า-เร็ว ปานกลาง-เร็ว คอนแชร์โต (Concerto) เป็นบทเพลงสำหรับเครื่องดนตรีเดี่ยวเพื่อแสดงฝีมือของผู้บรรเลงร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตรา เกิดขึ้นในยุคบาโรกและมีแบบแผนที่เป็นมาตรฐานในยุคคลาสสิก ด้านรูปแบบมีลักษณะคล้ายกับซิมโฟนีแต่มีเพียง 3 ท่อน ประกอบด้วย เร็ว-ช้า-เร็ว คอนแชร์โตที่นิยม คือ เปียโนคอนแชร์โตและไวโอลินคอนแชร์โต โอเปรา (Opera) เป็นละครเพลงร้องที่ใช้วงออร์เคสตราในการบรรเลงดนตรีประกอบ และดำเนินเรื่องใช้การร้องเป็นหลัก โอเปราแบ่งได้ 2 ประเภท […]

more... »

Sat, November 15 2014 » การศึกษา » Comments Off on เรียนรู้บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

การศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงออร์เคสตรา

บทประพันธ์ประเภทที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตรามีหลายประเภท เช่น ซิมโฟนี ดนตรีบรรยายเรื่องราว โอเปรา เป็นต้น การประพันธ์เพลงสำหรับวงออร์เคสตราเป็นศิลปะและศาสตร์ที่จะต้องศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องดนตรีในวงออร์เคสตรามีหลายชนิด ผู้ประพันธ์ต้องศึกษาเกี่่ยวกับธรรมชาติของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ข้อจำกัดของเครื่องดนตรีเพื่อจะวางแนวการประพันธ์ให้เหมาะสม นอกจากนี้ผู้ประพันธ์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเรียบเรียงเสียงประสาน ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งของทฤษฎีดนตรี ผู้ประพันธ์ในลักษณะนี้จะเป็นผู้คิดทำนองเพลงขึ้น เรียบเรียงเสียงประสานเพื่อวงออร์เคสตราด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งนักประพันธ์เพลงในลักษณะนี้เรียกว่า Composer ส่วนผู้ประพันธ์เพลงที่แต่งทำนองขึ้นมามักเรียกว่า Song writer และจะมีผู้เรียบเรียงเสียงประสานต่างหาก ซึ่งมีหน้าที่นำทำนองเพลงมาสอดใส่เติมแต่งเรื่องการประสานเสียง การกำหนดเครื่องดนตรีที่จะบรรเลง ผู้ทำหน้าที่นี้เรียกว่า Arranger ซึ่งเพลงสมัยนิยมมักจะมีผู้เขียนเพลงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานคนละคนกัน จึงเห็นได้ว่า ผู้ประพันธ์เพลงคลาสสิกเป็นนักประพันธ์เพลงที่ต้องศึกษาดนตรีมาเป็นอย่างดี ต้องเป็นทั้งผู้สร้างสรรค์ทำนอง ตลอดจนทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียกว่าดนตรี นอกจากนี้บทเพลงประเภทคลาสสิกมักจะมีความยาวมาก เนื้อหาสาระในบทเพลงจึงต้องมีมากตามไปด้วย จะเห็นได้ว่า บทเพลงที่บรรเลงด้วยวงออร์เคนตราเป็นโน้ตดนตรีที่เขียนให้แต่ละเครื่องมือใช้บรรเลง โน้ตเพลงที่บรรเลงด้วยวงออร์เคสตราจึงต้องมีการแยกออกไปเป็นของแต่ละเครื่องมือ นอกจากนี้ยังมีโน้ตที่รวมเครื่องดนตรีไว้ด้วยกัน เรียกว่า สกอร์ ( Scores ) เพื่อให้ผู้อำนวยเพลงใช้ในการกำกับวงออร์เคสตรา เพื่อให้ผลรวมของการบรรเลงออกมาเป็นบทเพลงเดียวกัน ผู้อำนวยเพลงจึงมีความสำคัญมากในวงออร์เคสตรา เพราะต้องคอยฟังและดูโน้ตเพลงให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลงที่เขียนเอาไว้ โน้ตเพลงของผู้อำนวยเพลงมีรูปแบบที่แน่นอน โดยมีการจัดแบ่งโน้ตของเครื่องดนตรีแต่ละขนิดแยกออกจากกันเป็นแนว ๆ ไป โดยมีการเีรียงลำดับจากบรรทัดบนลงมาถึงบรรทัดล่างสุด ดังนี้ เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง เครื่องตี ฮาร์พ เครื่องสายต่าง […]

more... »

Sat, October 11 2014 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงออร์เคสตรา

การริเริ่มเรียนรู้ดนตรีตั้งแต่ยังเด็กจะสามารถพัฒนาได้ดีกว่าผู้ใหญ่

ดนตรีก่อเกิดเพราะการได้ยินเสียงจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวของมนุษย์ มีการรับรู้ เลียนแบบ ศึกษาจังหวะ ระดับเสียง ความดัง-เบา ความกลมกลืนและแตกต่างของเสียงแต่ละประเภท จากใกล้ตัวที่สุดคือชีพจรการเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหวร่างกาย ไปถึงเสียงจากธรรมชาติและสัตว์นานา ดนตรีสากลหรือดนตรีตะวันตกมีพื้นฐานจากความมุ่งหวังไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า จากหลักปรัชญากรีกโบราณในราวช่วงปี 800 ก่อนคริสตกาล ที่เน้นความสำคัญของการสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการเล่นกีฬา และงดงามของจิตใจด้วยศิลปะ บทกวี ดนตรี การละคร และระบำรำฟ้อน เพื่อสร้างสรรค์ให้มนุษย์สมบูรณ์ ยุคสมัยต่างๆเป็นตัวแบ่งเหตุการณ์ต่างๆบนโลก โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ สมัยอารยธรรมโบราณ สมัยต้นและกลางคริสต์ศตวรรษ สมัยบาโรค สมัยคลาสสิค สมัยโรแมนติค และสมัยปัจจุบัน การดนตรีในยุคต่างๆก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถบ่งบอกได้ว่ามาจากยุคใดและมีบทบาทอย่างไร ดนตรีในสมัยดึกดำบรรพ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์มากกว่าในสมัยปัจจุบัน เป็นการแสดงออกถึงจิตวิทยา สังคม ศาสนา สิ่งสักการะบูชา และภาษา เพลงทุกเพลงในสมัยดั้งเดิมจะต้องมีความหมายทั้งสิ้น การจะเข้าใจในเพลงนั้นๆอย่างถูกต้องแท้จริงจะต้องไปศึกษาจากชาวพื้นเมืองที่เป็นเจ้าของบทเพลงนั้น การเรียนดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก จะได้เปรียบตรงที่กล้ามเนื้อมือและการเรียนรู้ของเด็กจะสามารถพัฒนาได้ดีกว่าผู้ใหญ่ เด็กสามารถบรรเลงเทคนิคต่างๆ เรียนรู้ทฤษฎี และสามารถพัฒนาฝีมือการบรรเลงได้ดีขึ้นเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด จนวันหนึ่งเด็กอาจสามารถทำได้ดีกว่าครูด้วยซ้ำไป ถึงแม้ว่าผู้ใหญ่จะพัฒนากล้ามเนื้อมือได้ไม่ดีเท่าเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถเรียนรู้ทฤษฎี ข้อปฏิบัติ และรับการถ่ายทอดจากครูได้ดีกว่าเด็ก เนื่องจากผู้ใหญ่มีสมองที่ได้รับการพัฒนาแล้วจึงมีความรู้ความเข้าใจที่จะสามารถประยุกต์และบูรณาการความรู้ได้มากกว่าเด็ก สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ คือการฝึกซ้อมและความตั้งใจ การเรียนดนตรีนั้นเป็นทักษะด้านการปฏิบัติ ดังนั้นยิ่งซ้อมก็ยิ่งเข้าใจ ยิ่งเข้าใจก็ยิ่งทำได้ดีขึ้น […]

more... »

Mon, September 29 2014 » การศึกษา » Comments Off on การริเริ่มเรียนรู้ดนตรีตั้งแต่ยังเด็กจะสามารถพัฒนาได้ดีกว่าผู้ใหญ่

การศึกษาด้านวงดนตรีออร์เคสตราและประเภทต่าง ๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด

ออร์เคสตราเป็นภาษาเยอรมันตามความหมายรูปศัพท์หมายถึง สถานที่เต้นรำซึ่งหมายถึงส่วนหน้าเวทของโรงละครสมัยกรีกโบราณที่ใช้เป็นที่เต้นรำและร้องเพลงของพวกนักร้องประสานเสียงออร์เคสตราเป็นคำที่ใช้กับวงดนตรีทุกประเภท เช่น วงดนตรีของชาวอินโดนีเซียเรียกว่า วงกาเมสันออร์เคสตรา หรือวงกากากุออร์เคสตราของญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับดนตรีตะวันตก ออร์เคสตรามีความหมายถึง วงซิมโฟนีออร์เคสตรา ได้แก่ วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายรวมทั้งเครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลืองและเครื่องตี ความหมายของออร์เคสตราเปลี่ยนไปในสมัยกลางโดยหมายถึงตัวเวทีที่ใช้แสดงเท่านั้น ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 18 คำว่าออร์เคสตราหมายถึงการแสดงของวงดนตรีซึ่งเป็นความหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างไรก็ตามคำนี้ยังคงใช้ในอีกความหมายหนึ่งคือพื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวทีละครและโรงแสดงคอนเสิร์ต ในขณะที่การใช้เครื่องดนตรีเล่นทำนองเดียวกับการร้องในยุคเมดิอีวัลและริเนซองส์ แต่ไม่มีการระบุแน่นอนถึงเครื่องดนตรีหรือจำนวนเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงแต่ประการใดระยะต่อมาในศตวรรษที่ 16 เมื่อมี อุปรากรเกิดขึ้นความจำเป็นในการกำหนดจำนวนเครื่องดนตรีก็เกิดขึ้นเพราะต้องการให้เครื่องบรรเลงกลมกลืนกับเสียงร้องของนักร้อง ใน โอเปราเรื่องมอนเทแวร์ดิเริ่มกำหนดจำนวนเครื่องลงในบทเพลง การพัฒนาวงออร์เคสตราจึงเริ่มมีขึ้น ซึ่งในระยะแรกเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เคสตรา ซึ่งมีจำนวนผู้บรรเลงประมาณ 10 – 20 คน โดยบางครั้งอาจจะมีมากกว่านี้ตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง ในศตวรรษที่ 17 วงออร์เคสตรามีการเพิ่มเครื่องลมไม้และตอนปลายของยุคบาโรค ผู้ประพันธ์เพลงนิยมบอกจำนวนของเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลืองและเครื่องประกอบจังหวะในวงออร์เคสตรา ราวกลางศตวรรษที่ 18 การเปลี่ยนแปลงวงออร์เคสตรามีอย่างมากมายเครื่องสายทุกชนิดมีการจัดระบบจนมีลักษณะคล้ายคลึงกับวงออร์เคสตราในปัจจุบัน โดยมีการนำเครื่องดนตรีบางชิ้นมาแทนที่เครื่องดนตรีที่เคยใช้กัน เช่น การนำฟลูท มาแทนขลุยริคอเดอร์ การเพิ่มคลาริเนท เข้ามาในกลุ่มเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ เป็นต้น กล่าวได้ว่าวงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนเป็นมาตรฐานในยุคนี้ คือยุคคลาสสิกซึ่งเหตุผลประการหนึ่งคือบทเพลงซิมโฟนีเป็นรูปแบบขึ้นมาในยุคนี้ จึงทำให้ต้องมีการจัดวงออร์เคสตราให้มีมาตรฐานเพื่อใช้เล่นเพลงซิมโฟนี  นอกจากนี้การบรรเลงบทเพลงประเภทคอนแชร์โต โอเปรา และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนาก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาวงออร์เคสตราเป็นแบบแผนขึ้น กล่าวคือการมีเครื่องดนตรีครบทุกประเภท ได้แก่ เครื่องสาย […]

more... »

Wed, August 27 2014 » การศึกษา » Comments Off on การศึกษาด้านวงดนตรีออร์เคสตราและประเภทต่าง ๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด

วงดนตรีออเคสตร้าเป็นวงที่ได้รับความสนใจจากหลายสถาบันการศึกษา

วงออร์เคสตรา หรือวงดุริยางค์ เป็นภาษาเยอรมัน ที่หมายถึง สถานที่เต้นรำ เป็นส่วนหน้าเวทีของโรงละครสมัยกรีกโบราณในยุคกลาง ความหมายได้เปลี่ยนเป็นเวทีที่ใช้แสดงเท่านั้นและใน กลางศตวรรษที่ 18 วง ออร์เคสตรา หมายถึง การแสดงของวงดนตรี ซึ่งใช้มาจนปัจจุบัน อีกนัยหนึ่งก็ยังหมายถึง พื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวที ละคร และการแสดงคอนเสิร์ต ในระยะแรกการใช้เครื่องดนตรีไม่มีการระบุแน่นอนว่ามีการบรรเลงเป็นอย่างไร ต่อมาในระยะศตวรรษที่ 16 มี โอเปราเกิดขึ้นทำให้มีความจำเป็นต้องการให้มีการบรรเลงกลมกลืนกับนักร้องจึง เริ่มมีการกำหนดเครื่องดนตรีลงในบทเพลงโดยเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เค สตรา (String Orchestra) มีผู้เล่นจำนวน 10-25 คน ในศตวรรษที่ 17 เริ่มมีการเพิ่มเครื่องลมไม้ และในตอนปลายยุคบาโรก (ประมาณ ค.ศ. 1750) ผู้ประพันธ์เพลงเริ่มระบุจำนวนเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด มีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลือง และเครื่องประกอบจังหวะ วงออร์เคสตราเริ่มมีการพัฒนารูปแบบจนได้มาตรฐานในยุค คลาสสิก (ศตวรรษที่ 18) บทเพลงประเภทซิมโฟนีมีการพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย ได้แก่ บทเพลงประเภท คอนแชร์โต โอเปรา และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนา นอกจากนี้ในวงออร์เคสตรายังมีเครื่องดนตรีแต่ละประเภทครบถ้วน คือ ในกลุ่มเครื่องสายประกอบด้วย ไวโอลิน วิโอลา […]

more... »

Thu, July 31 2014 » การศึกษา » Comments Off on วงดนตรีออเคสตร้าเป็นวงที่ได้รับความสนใจจากหลายสถาบันการศึกษา

ดนตรีออเคสต้าช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก

ดนตรีสามารถนำมาใช้เพื่อเสริมการสอนได้ และนำมาเป็นสื่อการสอนตามแนวคิด สามารถช่วยเสริมพัฒนาการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สมองเกิดการเรียนรู้ได้รวดเร็ว ช่วยพัฒนาการด้านไหวพริบได้แทบทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเล่นดนตรีสามารถกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษา ตรรกะ มาจากการอ่านโน้ตและจังหวะของดนตรี เพราะการเล่นดนตรีเป็นการนำสมองหลายๆส่วนไปใช้งานพร้อมๆกันเพื่อประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ว่าตัวโน้ตมีจังหวะอย่างไร มีจังหวะอย่างไร และสื่ออารมณ์ให้ผู้ฟังอย่างไร ช่วยในด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากนี้หากเล่นเป็นวงยังช่วยสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีให้กับเพื่อนร่วมวง เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ เมื่อเร็วๆนี้ในประเทศออสเตรเลียได้มีการจัดวงดนตรีออเคสต้าขึ้นให้กับนักเรียนประถม 2,150 แห่ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการรวมวงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายฉบับ ทำให้ผู้ปกครองออกมาผลักดันให้มีการสอนดนตรีให้กับเด็กๆ เพราะในประเทศออสเตรเลียมีการเปิดสอนในวิชาดนตรีค่อนข้างน้อย งานวิจัยที่เป็นแรงผลักดันได้ยืนยันว่า ดนตรีมีส่วนช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ การเริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่เด็กจะได้เปรียบตรงที่ กล้ามเนื้อมือมีการเรียนรู้ได้ไวกว่าผู้ใหญ่ จนวันหนึ่งเด็กนั้นสามารถทำได้ดีกว่าครูด้วยซ้ำ เพราะเด็กมีการเรียนรู้ได้ไม่มีที่สิ้นสุด จากการวิจัยพบว่า จำนวนอาสาสมัครที่ได้รับการฝึกสอนทางด้านดนตรีควบคู่กับการเรียนตั้งแต่เด็กนั้น มีการพัฒนาสมองที่ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้เรียนด้านดนตรีมาอย่างต่อเนื่อง โดยยังระบุอีกว่าผู้ที่มีความสามารถทางด้านดนตรียังมีประสาทสัมผัสทางการได้ยินไวกว่าอาสาสมัครที่ไมได้เล่นดนตรี ถึงแม้อาสาสมัครจะไม่ได้เล่นดนตรีมา 40 ปีแล้วก็ตาม จากที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าดนตรีมีประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้ด้านต่างๆ โดยการเรียนการสอนโดยทั่วไปเริ่มมีการนำดนตรีเข้ามาสอดแทรกในเนื้อหาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ เช่น การท่อง a-z เป็นเพลง การจำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยการร้องเป็นทำนองเพลง เป็นต้น สำหรับกระบวนการสอนและการถ่ายทอด คงต้องมอบหน้าที่ให้กับครูผู้สอนหรือผู้ปกครองช่วยกันส่งเสริมให้เด็กๆหันมาเล่นดนตรี เพื่อพัฒนาศักยภาพ ความคิด ความฉลาด ให้ก้าวทันต่างชาติที่มีการพัฒนาทางด้านนี้ในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

more... »

Tue, June 24 2014 » การศึกษา » Comments Off on ดนตรีออเคสต้าช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก